ประเทศเยอรมนี (Germany)

หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี – Federal Republic of Germany ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตอนกลาง มีเนื้อที่ประมาณ 357,000 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็นรัฐ มีทั้งหมด 16 รัฐ มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเดนมาร์ก (Denmark) ทางทิศเหนือ  ประเทศโปแลนด์ (Poland) และสาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) ทางทิศตะวันออก ในทางทิศใต้ มีชายแดนติดต่อกับประเทศออสเตรีย (Austria) และสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศฝรั่งเศส (France) ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg)  เบลเยี่ยม (Belgium) และเนเธอร์แลนด์ (Netherlands)  มีกรุงเบอร์ลิน (Berlin) เป็นเมืองหลวง

 

ประชากร (Populations)

ประเทศเยอรมนี มีประชากรราว 80 ล้านคน รัฐที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นที่สุดคือรัฐนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลิน  (Nordrhein-Westfalen) มีเมืองดุสเซสดอร์ฟ (Dusseldorf) เป็นเมืองเอกของรัฐ กับจำนวนประชากรประมาณ 18 ล้านคน

 

สภาพภูมิอากาศ (Weather)

ประเทศเยอรมนี แบ่งออกเป็น 4 ฤดู ได้แก่

ฤดูร้อน (Summer) ในช่วงเดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) ในช่วงเดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน
ฤดูหนาว (Winter) ในช่วงเดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ในช่วงเดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม

เวลาท้องถิ่น (Time Zone)

ประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศไทย ทำให้ประเทศเยอรมนี มีเวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 6 ชั่วโมง ส่วนในช่วงของ การปรับเวลาในฤดูร้อน Daylight Saving Time (DST) ระหว่างเดือนมิถุนายน – เดือนพฤศจิกายน จะมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง ทำให้ประเทศเยอรมนีจะมีเวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเพียง 5 ชั่วโมง เท่านั้น

การปรับเวลาในช่วงฤดูร้อนให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง เกิดขึ้นในประเทศแถบยุโรป และประเทศเขตหนาวทั่วโลกกว่า 70 ประเทศ ประเทศเยอรมนี ก็เช่นกัน การปรับเวลาในฤดูร้อนให้ยาวนานมากขึ้น เพื่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากในฤดูร้อน จะมีช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืน ทำให้เราสามารถตื่นเร็วขึ้น มีเวลาในการทำภารกิจ หรือกิจกรรมอื่นๆมากขึ้น โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้เต็มที่ ใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนตอนกลางวัน ในประเทศเยอรมนี มีการกำหนดช่วงเวลา DST ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

การเดินทางภายในเยอรมนี

ระบบขนส่งสาธารณะในประเทศเยอรมนี มีให้บริการทั้ง รถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้า เรือเฟอรี่ รถราง (Tram) รวมไปถึงรถไฟความเร็วสูง ระบบขนส่งสาธารณะในเยอรมนี ถือได้ว่าเป็นระบบขนส่งที่มีความสะดวก และปลอดภัยสูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลก

เรียนต่อเยอรมัน เรียนวิศวะที่เยอรมัน เรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี

          การศึกษาในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีของนักเรียนหลายรุ่นต่อหลายรุ่น ถือเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ ทั้งโดยส่วนตัวและในการประกอบอาชีพ สำหรับนักเรียนจากทั่วโลก โดยเฉพาะเยาวชนจากประเทศด้อยพัฒนากว่าเยอรมนีจากทั่วโลก ได้เลือกแนวทางนี้ และในทุกวันนี้เยาวชนดังกล่าวได้เป็นชนชั้นผู้นำในด้านเศรษฐกิจ การเมืองและวิชาการในประเทศของตน ประเทศเยอรมนีพิจารณาถึงแนวโน้มที่จะเป็นตลาดด้านการศึกษาในระดับโลก เยอรมนีได้ปรับปรุงข้อเสนอในด้านการศึกษาในระดับสูงขึ้นให้มีความทันสมัยและทำให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ เพื่อที่จะทำให้ตลาดด้านการศึกษาของเยอรมนีเป็นที่ดึงดูดมากขึ้น การศึกษาในหลายสาขาวิชาได้ใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญมากที่จะดึงดูดผู้ที่จบการศึกษาขั้นปริญญาตรีและผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท หรือสูงกว่า ให้มาศึกษาต่อที่เยอรมนี

การจบการศึกษาตามแบบดั้งเดิมของเยอรมนี แม้ว่าเนื้อหาการศึกษาจะได้มาตรฐานแต่เยอรมนียังคงต้องแข่งขันกับประเทศอื่น เยอรมนีจึงเริ่มนำระบบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทตามแบบนานาชาติมาใช้อย่างเร่งด่วน ความพยายามเหล่านี้ถือว่าประสบผลสำเร็จ โดยจำนวนนักศึกษาต่างชาติในประเทศเยอรมนีเพิ่มจำนวนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งประเทศไทยมีเยาวชนจำนวนมากขึ้น ๆ ตัดสินใจไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนี เพื่อพัฒนาตนเอง จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่า การเพิ่มขึ้นในแต่ละปีประมาณ 25 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะสาขาที่ดึงดูดคนไทยให้ไปเรียนคือ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งสาขาแพทยศาสตร์

ทำไมควรเลือกเรียนต่อเยอรมัน ? 

  1. มหาวิทยาลัยรัฐส่วนใหญ่ของเยอรมนี ไม่มีค่าเรียน จะมีเฉพาะค่าธรรมเนียมอืนๆ เฉลี่ยเทอมละ 114 ยูโร 
  2. ระบบการเรียนที่มีมาตรฐานและผลงานด้านงานวิจัยที่มีคุณภาพ
  3. ค่าครองชีพไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป 
  4. โอกาสได้รับ EU Blue Card เพื่อสิทธิ์ในการอาศัยและทำงานอย่างถูกต้องตามกฏหมายที่เยอรมนี
  5. คุณภาพชีวิตและความปลอดภัยสูง 
  6. เมื่อจบการศึกษา มีโอกาสได้งานที่ดีและมีรายได้สูง โดยเฉพาะอาชีพทางสายวิศวกรรม แพทย์ วิทยาศาสตร์ และไอที 
  7. ความสามารถเพิ่มเติมในด้านภาษาเยอรมัน ทำให้มีโอกาสในการทำงานต่างประเทศมากขึ้น 

ระดับภาษาเยอรมัน A1 – C1 (Common European Framework)

นักศึกษาจะต้องมีผลคะแนนทดสอบภาษาเยอรมัน DSH หรือ TestDaf ซึ่งเป็นบททดสอบที่มหาวิทยาลัยในเยอรมนีใช้เป็นมาตรฐานในการรับสมัครนักศึกษาต่างชาติให้เข้ามาเรียนต่อที่เยอรมัน ผู้ที่มีสิทธิ์สอบ TestDaf จะต้องเป็นผู้ที่มีผลคะแนนระดับภาษาเยอรมันอยูู่ที่ระดับ B2 เป็นอย่างน้อย โดยเฉลี่ยนักศึกษาจะใช้เวลาประมาณ 9 สัปดาห์ต่อการเรียน 1 ระดับ

 
     >>> หลักสูตรเตรียมความพร้อมภาษาเยอรมันสำหรับการสอบ TestDaf กับสถาบัน Sprachcaffee คลิกดูรายละเอียดค่าเรียน
 

Level Group Name Level Description
Basic User A1
A2
Beginner
Elementary
Independent User B1
B2
Intermediate
Upper Intermediate (มีสิทธิ์สอบ TestDaf)
Proficient User C1
C2
Proficiency or advanced
Mastery 

Pathways to University Program หลักสูตรเพื่อการเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่เยอรมัน

FH Aachen University of Applied Sciences 
Ernst-Abbe-Hochschule Jena University of Applied Sciences

German Intensive Course 

Share This