“เรียนอินเดียดีไหม”
“เรียนเมืองนอก ค่าเรียนเทียบเท่าไทย”
“ภาษาอังกฤษในอินเดียได้ใช้ทุกวัน”

คำถามด้านบนนี้เป็นคำถามที่อยู่ในใจของน้องๆ ทุกคนที่ได้ยินคำว่า “เรียนต่อที่อินเดีย” “เรียนปริญญาตรี-โทที่อินเดีย” “โรงเรียนในอินเดีย” “ภาษาอังกฤษในอินเดีย” สิ่งที่พี่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์ที่พี่ได้พบเจอกับตัวเอง เนื่องจากพี่ได้มีโอกาสไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อินเดีย ต้องบอกก่อนเลยว่าพี่ไม่ได้เคยคิดถึงการไปเรียนต่ออินเดียเลย แต่ต้องย้อนเวลากลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต คือ เรากำลังจะจบม. 6 จากโรงเรียนคอนแวนต์แห่งหนึ่ง และคิดว่าชีวิตตัวเองจะไปเรียนที่ไหน คำตอบคือเพื่อนคือทุกอย่าง เมื่อเพื่อนคือทุกอย่าง เพื่อนเรียนไหน เราก็คงไปแถวๆ นั้น ว่าแล้วก็ผ่านกระบวนการสอบและสอบ จนสามารถนำตัวเองเข้าไปอยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิ์เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งในภาคอินเตอร์ เพราะเราคิดว่าอย่างน้อยก็คงจะได้ภาษา และคิดว่าเดี๋ยวจบคงจะขอสตางค์พ่อแม่ไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศซัก 3-6 เดือน น่าจะโอเค คิดแค่นั้น ณ ตอนนั้น เมื่อได้เข้าไปเรียนในภาคอินเตอร์จริงๆ คือ การเรียนการสอนทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษจริง อาจารย์เป็นคนไทยบ้าง ฟิลิปปินส์บ้าง ฝรั่งบ้าง แต่ที่แน่ๆ เพื่อนที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันทุกวันคือ คนไทย 100% ในความคิดเห็นส่วนตัวคือ มันก็ดีคือพูดไทยได้ ทำรายงานกับเพื่อนก็คุยกันเป็นภาษาไทย ทำให้การเรียนอินเตอร์ดูเหมือนจะไม่ทำให้เรา worry อะไรนัก เป็นแบบนี้มา 1 เทอม จนได้มีโอกาสไปเรียนภาษาระยะสั้นที่สิงคโปร์ 1 เดือน ก่อนไปมั่นมากว่าภาษาเราโอเค ไม่มีปัญหา แต่พอได้ไปจริงๆ โอ้ว เพิ่งค้นพบตัวเองว่า คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีในหัวมีแต่คำศัพท์ในหนังสือ แต่ในชีวิตจริงๆ คำศัพท์สามัญ พื้นฐานทั่วไป ไม่มีเลย เป็นไปได้ไง แต่เป็นไปแล้ว ว่าแล้วเราก็เริ่มพยายามคุยกับรูมเมทที่พักอยู่ด้วย เป็นคนอินเดีย ที่มาเรียนต่อปริญญาโทที่นี่ เค้าก็ให้คำแนะนำเราแบบฟังแล้วเข้าใจง่ายๆ ว่า ถ้าคุณอยากได้ภาษา คุณก็ต้องเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นๆ ที่ไหนที่เค้าใช้ภาษาอังกฤษ เราเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น แบบ 24 hours English ถ้าไม่ได้อะไรออกมาเลย มันคงจะเป็นไปไม่ได้ และเค้ายังบอกอีกว่า ภาษาอังกฤษ มันไม่ต้องใช้ความเก่ง หรือต้องสมองดีอะไร เพียงแค่ความเคยชิน ได้ใช้ ได้ฝึกพูด ฟังบ่อยๆ เท่านั้น บางทียังสะกดไม่ได้เลย แต่รู้ละว่าถ้าพูดคำนี้ หมายถึงอะไร ส่วนที่จะได้มาน้อย หรือมากนั้น ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของแต่ละคน หลังจากกลับมาที่ไทย เราก็บอกแม่ว่าเราต้องไปเรียนที่อื่น ที่ไหนที่ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะเราคิดว่าภาษาอังกฤษจะต้องเป็นวิชาที่เราจะต้องได้ ยังไงก็ขอมีติดตัวชีวิตไม่ลำบากแน่ หลังจากนั้นแม่เราได้มีโอกาสรู้จักอาจารย์สอนภาษาที่เป็นชาวอินเดีย และได้แนะนำให้เราไปเรียนต่อทางด้านคอมพิวเตอร์ที่อินเดีย หลังจากที่แม่ได้มาบอกเราเกี่ยวกับการเรียนต่ออินเดีย ในหัวเรามีคำถามเกิดขึ้นมากมาย เช่น ไปประเทศอื่นได้มั๊ย 555 อาหารอินเดียเราจะกินได้มั๊ยอ่ะ ที่พักมีห้องน้ำส่วนตัวมั๊ย เพื่อนอินเดียจะเหมือนเพื่อนอินเดียที่เราเจอทิ่สิงคโปร์รึเปล่า ภาษาอังกฤษแบบอินเดียฟังยากอยู่นะ อากาศร้อนมั๊ย ความปลอดภัยละ แต่สุดท้ายแม่เราก็บอกว่า ลองดร็อปเรียนที่ไทยไว้ แล้วไปเรียนที่อินเดียดูมั๊ย ค่าเรียนเท่ากับที่ไทยเลย เราจะไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อินเดียใช้เวลาแค่ 3 ปี ถ้าเรียนได้ก็เท่ากับว่าเรียน 4 ปีจบเหมือนกัน ถ้านับเวลาที่เสียไปที่ไทย 1 ปี เรากังวลเรื่องภาษา แต่แม่เราบอกว่าไปเรียนปรับภาษาก่อนเปิดเรียนได้ เราก็คิดว่าลองดูดีมั๊ย ประกอบกับตอนนั้นมีเพื่อนคนไทยไปด้วยกัน เดี๋ยวตอนต่อไปจะมาเล่าถึงชีวิตในวันแรกที่มาถึงอินเดีย 😆 เรียนต่ออินเดีย By IEP ตอนที่ 2

Share

Share This