ระบบการศึกษาสิงคโปร์

โดยทั่วไปนักเรียนสิงคโปร์นิยมเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลซึ่งมีระบบการศึกษาที่เข้มงวดกว่าโรงเรียนเอกชน การเรียนต่อโรงเรียนในสิงคโปร์สำหรับนักเรียนต่างชาตินั้นจะแตกต่างกับระบบของโรงเรียนในไทยคือ โรงเรียนในสิงคโปร์จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอนและอาจมีภาษาจีน ภาษามาเลย์ และภาษาทมิฬ เป็นภาษาเสริมภาษาที่สองให้นักเรียนเลือกเรียน นักเรียนแต่ละคนจะถูกจัดให้เลือกเรียนเป็นระบบที่ชัดเจนตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถของนักเรียนคนนั้น รัฐบาลสิงคโปร์จัดแบ่งโรงเรียนและสายวิชาเรียนที่เหมาะสมกับระดับความสามารถทางวิชาการของนักเรียนแต่ละคน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างถูกต้องตามศักยภาพและความถนัดของนักเรียน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความสามารถพิเศษทางด้านดนตรีและกีฬา จึงเห็นได้ว่าจะมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนที่เน้นไปทางด้านดนตรีและกีฬาโดยเฉพาะ โดยระบบการศึกษาของประเทศสิงคโปร์มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. โรงเรียนระดับประถมศึกษา ในสิงคโปร์
ระบบการศึกษาเริ่มต้นตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงอายุ 7 ขวบ ก็จะเข้าศึกษาในระดับประถมศึกษา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ป.1 – ป.4 เรียกว่า Foundation Stage และ ป.5 – ป.6 เรียกว่า Orientation Stage ชั้นประถมศึกษาตอนต้นจะเรียน 3 วิชาหลัก คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาแม่ (จีน มาเลย์ หรือทมิฬ) และคณิตศาสตร์ นอกจากนั้น จะมีวิชาดนตรี ศิลปหัตถกรรม หน้าที่พลเมือง สุขศึกษา สังคมศึกษา และพลศึกษา แต่ในช่วงประถมศึกษาตอนปลาย หรือ Orientation Stage นั้น นักเรียนจะถูกแยกออกเป็น 3 กลุ่มทางภาษา คือ EM 1 EM 2 และ EM 3 การแยกนักเรียนเข้ากลุ่มทางภาษานั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถทางภาษาของแต่ละคน เมื่อนักเรียนสำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว นักเรียนจะต้องเข้าสอบ PSLE (Primary School Leaving Examination) ในช่วงปลายปีการศึกษาของทุกปี หลังจากรู้ผลการสอบแล้ว ทางกระทรวงศึกษาธิการ (สิงคโปร์) จะเป็นผู้จัดโรงเรียนให้กับนักเรียน โดยดูจากผลคะแนนสอบ ถ้านักเรียนที่สอบได้ผลคะแนนในเกณฑ์ที่สูง จะได้เรียนสาย Express แต่ถ้าผลสอบได้ปานกลาง จะได้เรียนสาย Normal สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้าศึกษาต่อระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา ในสิงคโปร์จำเป็นต้องสอบ AEIS (Admission Exercise for International Student) การสอบจะมีขึ้นทุกปีในเดือนตุลาคม วิชาที่ใช้ในการสอบ คือ วิชาภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์

เกณฑ์อายุของนักเรียนในแต่ละชั้นเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อโรงเรียนรัฐบาลในสิงคโปร์
ระดับการศึกษา เกณฑ์อายุของแต่ละระดับชั้นการศึกษา
ประถมศึกษาปี่ที่ 1 6 – 8 ปี
ประถมศึกษาปีที่ 2 7 – 9+ ปี
ประถมศึกษาปีที่ 3 8 – 10+ ปี
ประถมศึกษาปีที่ 4 9 – 11+ ปี
ประถมศึกษาปีที่ 5 10 -12+ ปี
ประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนต่างชาติไม่สามารถเข้าเรียนในระดับนี้ได้ เนื่องจากนักเรียนจะมีเวลาเตรียมตัวไม่พอเพื่อสอบวัดระดับ PSLE

2. โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในสิงคโปร์
หลังจากจบการศึกษาในระดับประถมศึกษา และผ่านการสอบ PSLE แล้วเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์เข้าเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์ ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจะประกอบไปด้วย 2 แผนการเรียน คือ แผนการเรียนแบบพิเศษ (Express) 4 ปี และแผนการเรียนแบบปกติ (Normal) 5 ปี กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์จะคัดเลือกนักเรียนว่าควรเรียนแผนการเรียนใดโดยวัดจากคะแนนสอบ PSLE ว่าสามารถเข้าศึกษาต่อในแผนการเรียนแบบ ‘Normal’ หรือ ‘Express’ เพื่อให้เหมาะกับความรู้ความสามารถของนักเรียนแต่ละคน สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเรียนต่อโรงเรียนรัฐบาลที่สิงคโปร์ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก็ทำได้โดยการสอบคัดเลือก และ ณ.ปีที่สอบ นักเรียนจะต้องมีอายุครบ 12 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และจะต้องทำผลคะแนนสอบให้ดีเพื่อเลือกแผนการเรียนเช่นกัน นักเรียนในแผนการเรียน Express เมื่อศึกษาจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แล้ว ต้องเข้าสอบระดับ GCE ‘O’ level (Cambridge Examination Ordinary Level) และสำหรับนักเรียนในแผนการเรียน Normal เมื่อศึกษาจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แล้วต้องเข้าสอบระดับ GCE ‘N’ Level และจะต้องทำคะแนนให้ดีเพื่อเข้าสอบระดับ GCE ‘O’ Levels ในปีถัดไป คือหลังจากจบมัธยมศึกษาปีที่ 5

เกณฑ์อายุของนักเรียนในแต่ละชั้นเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อโรงเรียนรัฐบาลในสิงคโปร์
ระดับการศึกษา เกณฑ์อายุของแต่ละระดับชั้นการศึกษา
มัธยมศึกษาปีที่ 1 12 – 14 ปี
มัธยมศึกษาปีที่ 2 13 – 15 ปี
มัธยมศึกษาปีที่ 3 14 – 16 ปี
มัธยมศึกษาปีที่ 4 – 5 นักเรียนต่างชาติไม่สามารถเข้าเรียนได้ เพราะนักเรียนจะมีเวลาเตรียมตัวไม่เพียงพอสำหรับการสอบวัดระดับ ‘N’ หรือ ‘O’ Level ที่จะมีขึ้นทุกปลายปีการศึกษา

3. โรงเรียนเอกชนในสิงคโปร์

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากว่าโรงเรียนเอกชนมีระบบการศึกษาที่สามารถให้นักเรียนต่างชาติเข้าศึกษาต่อในทุกระดับชั้น แต่นักเรียนจะต้องทำการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ก่อน (ตามมาตรฐานของแต่ละโรงเรียน) และถ้าภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์อ่อน นักเรียนจะต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษาปกติ หรืออาจะต้องลดระดับชั้นเรียนลง เพื่อเป็นการปรับตัวและปรับพื้นฐานการศึกษา

4. วิทยาลัยอาชีวะสิงคโปร์ (Polytechnic)
ระดับเตรียมอุดมศึกษา สำหรับนักเรียนที่สอบผ่าน GCE ‘O’ Level ได้คะแนนดีอย่างน้อย 6 วิชา จากการสอบทั้งหมด 7 วิชา นักเรียนสามารถเข้าเรียนต่อในระดับเตรียมอุดมศึกษา ใน Junior Colleges (Pre-University) ได้ โดยใช้เวลาเรียน 2 ปี แล้วเข้าสอบระดับ GCE ‘A’ Level เพื่อเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาใน มหาวิทยาลัยสิงคโปร์ต่อไป และสำหรับนักเรียนที่ได้ผลคะแนนสอบ GCE ‘O’ Level ในเกณฑ์ดีอย่างน้อย 5 วิชา ใน 7 วิชา นักเรียนสามารถที่จะเลือกเรียนต่อทางสายอาชีพในวิทยาลัยอาชีวะ (Polytechnic) ของสิงคโปร์ได้ โดยมีหลักสูตรการเรียน 3 ปี ซึ่งนักเรียนจะได้รับการฝึกงานภาคปฏิบัติ ในชั้นปีที่ 3 และเมื่อจบการศึกษาตามหลักสูตร นักเรียนสามารถที่จะสมัครงานได้ทันที หรือสามารถที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ในชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัยได้เช่นกัน ดังนั้นนักเรียนที่สามารถเข้าเรียนต่อในวิทยาลัยโปลีเทคนิคของสิงคโปร์ได้นั้นจะต้องมีผลคะแนนเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ดี – ดีมากเท่านั้น วิทยาลัยอาชีวะ (Polytechnic) ของสิงคโปร์มี 5 แห่งคือ Singapore Polytechnic, Ngee Ann Polytechnic, Temasek Polytechnic, Republic Polytechnic และ Nanyang Polytechnic สำหรับนักเรียนไทยที่มีความสนใจที่จะศึกษาต่อวิทยาลัยโปลีเทคนิคสิงคโปร์ สามารถใช้ วุฒิการศึกษาระดับชั้น ม. 6 สมัครเรียนต่อได้ หรือใช้ผลคะแนนสอบ GCE ‘O’ Level สมัครได้เช่นกัน โดยผลคะแนนของวิชาหลักที่จะนำไปสมัครเข้าเรียนในสาขาวิชาที่สนใจจะต้องอยู่ในเกณฑ์ดี นอกจากวิทยาลัยโพลีเทคนิคแล้ว ยังมี Institute of Technical Education : ITE เป็นสถาบันที่จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนผู้ที่ต้องการศึกษาทักษะทางช่างและช่างฝีมือ

5. มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์
มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ แบ่งออกเป็น มหาวิทยาลัยรัฐบาล และมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งมหาวิทยาลัยรัฐบาลในสิงคโปร์ มีอยู่ด้วยกัน 5 แห่ง คือ
1.) National University of Singapore (NUS)
2.) Nanyang Technological University (NTU)
3.) Singapore Management University (SMU)
4.) Singapore University of Technology and Design (SUTD)
5.) Singapore Institute of Technology (SIT)

นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในมหาวิทยาลัยรัฐบาล จะต้องมีผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (IELTS หรือ TOEFL) และผลการเรียนเฉลี่ยที่ดีมาก รวมทั้งต้องมีผลสอบ SAT, GMAT (ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา และมหาวิทยาลัย) มหาวิทยาลัย NUS เป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติของสิงคโปร์ และเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ในอันดับที่ 22 ของ QS World University Rankings 2014/15 ที่มีความหลากหลายของหลักสูตรสาขาวิชา เช่น แพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย NTU เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ รวมทั้งหลักสูตรบริหารธุรกิจและการบัญชี โดยมีอันดับโลก อยู่ในอันดับที่ 39 ของ QS World University Rankings 2014/15 สำหรับ มหาวิทยาลัย SMU เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นในสาขาบริหารธุรกิจและการจัดการ ซึ่งนักศึกษา ที่ศึกษาที่ SMU จะมีหลักสูตรการอบรมในด้านของธุรกิจซึ่งให้นักศึกษาได้จำลองบริษัทขึ้น เพื่อเรียนรู้การบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำธุรกิจ
มหาวิทยาลัยเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ในสิงคโปร์ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับนักศึกษาสิงคโปร์ และนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการนำหลักสูตรการเรียนมาจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ เช่น James Cook University จากรัฐ Queensland ประเทศออสเตรเลีย เป็นมหาวิทยาลัย Top 4% ของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก มาเปิดวิทยาเขตขึ้นที่ สิงคโปร์ หรือ Curtin University เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยจาก Perth, Western Australia ที่เข้ามาเปิดวิทยาเขตขึ้นที่สิงคโปร์ และอีกหลากหลายสถาบันอุดมศึกษา ที่นำหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่มีเชื่อเสียงทั่วโลกมาเปิดการเรียนการสอนในสิงคโปร์ เช่น Murdoch University – Australia, University College Dublin – Ireland, Birminghan City University – United Kingdom, Royal Holloway University of London, The University of Newcastle, Australia, University of Wollongong – Australia, Edinburgh Napier University – United Kingdom หลักสูตรที่นำเข้ามาสอนในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น เป็นการเปิดกว้างทางการศึกษา ให้กับนักศึกษาอย่างมากในการเลือกเรียนตามหลักสูตรที่สนใจ ด้วยมาตรฐานการศึกษานานาชาติ นักศึกษาที่เรียนหลักสูตรของมหาวิทยาลัย เหล่านี้ สามารถโอนย้ายหน่วยกิตไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยหลักในต่างประเทศได้ รวมถึงจะได้รับประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบหลักสูตรที่สิงคโปร์

pdf
Share This